เห็ดหลินจือ

      หนึ่งในสมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยารักษาโรคชั้นเลิศนั่นก็คือ “เห็ดหลินจือ” โดยสรรพคุณของเห็ดหลินจือได้รับการบอกต่อกันมาเนิ่นนานว่า ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมภูมิต้านทาน ต้านอักเสบ ต่อสู้โรคมะเร็ง จึงได้รับฉายาว่า“ยาอายุวัฒนะ” วันนี้ชวนมารู้จักสมุนไพรจีนเปี่ยมคุณค่าชนิดนี้กัน

เห็ดหลินจือ คืออะไร

  

        เห็ดหลินจือ มีชื่อสามัญว่า Lingzhi mushroom, Reishi mushroom มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum เป็นยาจีนชั้นสูง ที่ใช้กันมานานกว่า 4,000 ปี ได้รับการบันทึกสรรพคุณไว้ในตำรา “เสินหนงเปิ่นฉ่าวจิง” ว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” เพราะมีพลังมหัศจรรย์ในการบำรุงร่างกาย เห็ดหลินจือจึงมีชื่อเรียกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หลิงจือ เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู เห็ดอมตะ เห็ดศักดิ์สิทธิ์ เห็ดนางกวัก และยังถูกเรียกว่าราชาสมุนไพร เนื่องจากสรรพคุณทางยาในการบำรุงร่างกาย ขับพิษ ป้องกันและรักษาโรคที่ดีเลิศกว่าสมุนไพรชนิดอื่น 

    

   มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่นิยมนำมาบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคมากที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือแดง (Ganoderma lucidum) เนื่องจากมีสารที่เป็นประโยชน์มากที่สุด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของดอกเห็ดหลินจือ
          ดอกเห็ดเป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-20 เซนติเมตร หนา 1-3 เซนติเมตร ดอกอ่อนมีขอบสีขาว ถัดเข้าไปมีสีเหลืองอ่อน กลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง ผิวเป็นมันคล้ายทาด้วยแลคเกอร์ มีริ้วหรือหยักเป็นคลื่น ขอบหมวกงุ้มลงเล็กน้อยและหนา ด้านล่างเป็นรูกลมเล็ก ๆ เชื่อมติดกัน 

          สปอร์เห็ดหลินจือ เป็นตัวช่วยในการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ถูกสร้างออกมาจากผนังของรูที่อยู่ใต้หมวกเห็ด ลักษณะเป็นรูปวงรีสีน้ำตาล ปลายด้านหนึ่งตัดตรง ผิวเรียบ มีผนังหนาสองชั้น ระหว่างผนังมีลายหนามยอดเรียวไปจรดผนังชั้นนอก เมื่อสืบพันธุ์ สปอร์จะหลุดออกจากรูใต้หมวกแล้วปลิวไปเกาะบนผิวดอก ทำให้เรามองเห็นดอกเห็ดเป็นมันเงาสีน้ำตาลคล้ายฝุ่นเกาะ เมื่อสปอร์กระจายออกไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจึงจะเจริญเติบโตเป็นเห็ดดอกใหม่

ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ สรรพคุณสมเป็น “ยาอายุวัฒนะ” 

          สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด  ลดอาการอักเสบ สารไตรเทอร์พีน (Triterpene)  ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด  

นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงสุขภาพ ต้านการอักเสบ ช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคได้มากมาย ซึ่งพบได้ทั้งในดอกเห็ดและสปอร์ แต่ส่วนใหญ่พบในสปอร์ และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มจะมีสารสำคัญและฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้ม โดยในตำรับยาระบุไว้ว่า “เห็ดหลินจือ” นำมาใช้รักษาได้หลายอาการ เช่น

          – บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
          – เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีรายงานการศึกษาทางคลินิกพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม
          – ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย 
          – ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
          – เสริมสร้างความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์
          – ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น
          – ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
          – ล้างพิษให้ร่างกาย 
          – บำรุงสายตา
          – แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
          – รักษาโรคภูมิแพ้ หืด หอบ 
          – เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
          – ลดความดันโลหิตสูง
          – แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์
          – บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียตับที่ถูกทำลายจากการรับประทานยาจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานาน 
          – ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง 
          – ป้องกันการทำงานหนักของไต
          – รักษาริดสีดวงทวาร
          – ลดอาการปวดประจำเดือน
          – แก้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
          – แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
          ฯลฯ

          ทั้งนี้การศึกษาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษแบบเรื้อรังพบว่า มีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะไม่พบผลข้างเคียงหรือสารตกค้างที่ตับหรือไต  

เห็ดหลินจือ กับสรรพคุณต้านมะเร็ง สรรพคุณของเห็ดหลินจือที่วงการแพทย์กล่าวถึงกันมากที่สุดนั่นก็คือ ฤทธิ์ในการต้านมะเร็งและฆ่าเซลล์มะเร็ง เพราะมีงานวิจัยทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศพบว่า เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคมะเร็งที่ได้ผลดีเยี่ยม เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์เม็ดเลือดขาว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถออกฤทธิ์ต่อต้านกับเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ฯลฯ ทั้งยังมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม

        ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงรับรู้ถึงสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือว่ามีผลดีต่อสุขภาพมากมาย แต่มีราคาแพง เพราะต้องนำเข้าจากประเทศจีน จึงมีพระราชดำริให้เพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G2 (Ganoderma Lucidum 2) 

          จากนั้นในปี พ.ศ. 2549 นายซัง ตุง ฟู กรรมการบริษัท พีพัฒนาพร จำกัด ได้มอบเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G9 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ผสมระหว่างเห็ดหลินจือเกาหลีกับเห็ดหลินจือป่าสีม่วงให้กับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดานำไปทดลองวิจัยพัฒนา ซึ่งเห็ดพันธุ์นี้ศาสตราจารย์อี้ฉวนอี้ จากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพด้านรักษาโรคนิวส์ไฮต้าเหลียน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยการเกษตรประเทศจีนพัฒนาขึ้น เพราะมีดอกใหญ่ หนา และมีสปอร์มาก นอกจากนี้ยังมีปริมาณสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์สูงกว่าเห็ดหลินจือสายพันธุ์อื่น ๆ อีกด้วย

เมื่อเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือได้สำเร็จ จึงได้นำไปแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือชนิดต่าง ๆ เช่น เห็ดหลินจือสกัดบรรจุแคปซูล, เห็ดหลินจือสำหรับชง, น้ำเห็ดหลินจือ, เม็ดอมเห็ดหลินจือ ฯลฯ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นยาแผนโบราณ จำหน่ายได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่ได้มีเพียงผู้ป่วยเท่านั้นที่สามารถบริโภคเห็ดหลินจือได้ แต่คนทั่วไปที่เป็นกลุ่มรักสุขภาพก็สามารถทานเห็ดหลินจือได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียง จึงได้รับการตอบรับที่ดี