สมุนไพรไทยออร์แกนิก

กัญชายาวิเศษ

“กัญชาเป็นสมุนไพรไทยประจำบ้าน ในอดีต หากกฎหมายปลดออกจากสารเสพติด กัญชาสามารถกลับมา ปลูกเองได้แบบในอดีต”

โลกเริ่มเปลี่ยนกระบวกทัศน์การมองกัญชา จากยาเสพติดเลวร้ายกลับกลายเป็นยารักษาโรครักษาร่างกายให้หายกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ต้องทนใช้ชีวิตอย่างแสนทรมานด้วยความเจ็บปวด จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ได้เปลี่ยน  กระบวนทัศน์เกี่ยวกับกัญชาจากเชิงลบให้กลายเป็นบวก ใน ต่างประเทศมีกฎระเบียบแบบแผนการรักษาด้วยกัญชา ต่าง

จากประเทศไทยที่เป็นจุดกำเนิดสายพันธุ์กัญชาที่นับว่าดีที่สุด ในโลกแต่ยังถือว่าเป็นยาเสพติดเลวร้าย

กัญชาเป็นสมุนไพรไทยประจำบ้านในอดีต หากกฎหมายปลดออกจากสารเสพติด กัญชาสามารถกลับมาปลุกเองได้ แบบในอดีต กัญชาจะกลับมาเป็นสมุนไพรในอาหารช่วยลด โรคภัยมากมาย ช่วยลดปัญหาการติดสุรา บุหรี่เรื้อรัง ช่วยลดรายจ่ายในครอบครัว เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

จากการเข้าถึงการรักษาพยาบาลเมื่อพบเจอโรคร้ายอย่างมะเร็ง มี ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อปีนับล้านบาท ซึ่งงานวิจัยในปีล่าสุด การใช้น้ำมันกัญชา หยดเพียง1-2 หยด จะสามารถบรรเทามะเร็งร้ายได้  อย่ามองประเทศไทยเป็นแค่ครัว ควรปรับให้เป็นศูนย์  เกษตรแผนใหม่ของโลก กัญชานับเป็นการเกษตรแนวใหม่ที่ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้ เช่น จากการปลูกข้าวขายได้

กิโลกรัมละสิบบาท แต่ดอกกัญชากิโลกรัมละเป็นแสนบาทกัญชาเลยเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ให้ ประเทศไทยมากกว่า 8 แสนล้านบาทต่อปี และยังมีคุณค่าสูง ต่อทุกชีวิตมนุษยชาติ


กัญชาเป็นสมุนไพรไม่ใช้ยาเสพติด อย่ามองกัญชาเป็น

ยาเสพติดอย่างเดียว เวลานี้โลกมีความรู้เกี่ยวกับกัญชามากมายที่จะนำมาใช้กำหนดวิธีใช้ที่ให้ผลดี ลดผลร้าย เรารู้ว่าในกัญชามีสารออกฤทธิ์ 108 ชนิด และมีมากน้อยต่างกันในกัญชาต่างสารพันธุ์จากต่างแหล่งผลิต รวมทั้งออกฤทธิ์ต่างกันในแต่ละ บุคคลมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า “ สาระสำคัญในกัญชา THC กับ CBDลดขนาดมะเร็งได้ 50%  ภายใน  3 อาทิตย์ ” วัฒธรรมในการใช้กัญชาเคยอยู่ในสังคมไทยมาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้วเปรียบเสมือนผักสวนครัวที่มีอยู่ในทุกบ้านแต่ต่อมากัญชาโดนตีตราจากกฎหมายว่าเป็นสารเสพติด หากหน่วยงานรัฐแก้กฎหมายกัญชากลับคืนมาสังคมไทย ใช้กัญชา รักษาโรคไม่ผิดกฎหมาย ในเมื่อมองอีกแง่กัญชามีประโยชน์สูง หากสามารถกำกับดูแลได้ ต่อไปจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ วงการสมุนไพรไทยรักษาโรค  และต่อคนไทยนับล้านคน

“สาระสำคัญต่างๆ  ที่ออกฤทธิ์ ในกัญชานั้นเรียกว่า ‘แคนนาบินอยด์’ที่มักจะได้ยินกัยก็คือ THC และ CBD โดยสารทั้งสองนั้นทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับหยิบและหยาง เพื่อสร้างความสมดุลในการออกฤทธิ์ต่างๆ ในร่างกาย”

กัญชา ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cannabis indica (Cannabis sativa forma indica)ภาษาจีนเรียกว่า “ต้า-หมา” ภาษา

สันสกฤต เรียกว่า “ ปุ๊น ” หรือ “เนื้อ” เป็นชื่อของพืชล้มลุกชนิดหนึ่งในวงค์   Cannabidaceaae   ใบมนแฉกลึกเข้าไปทางก้าน หลายแฉก ดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่

ต่างต้นกัน ใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้งใช้สูบมีสรรพคุณทำให้  มึนเมาเปลือกลำต้นใช้ทำเชือกป่านและทอผ้า     

ลักษณะโดยทั่วไป  :   ต้นกัญชามีลักษณะทั่วไป คือ ลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร ใบเลี้ยงคู่เมื่อโตเต็มวัยลำต้นสูง ประมาณ 2-4 ฟุต ลักษณะใบจะแยกออกเป็นแฉกประมาณ 5-8 แฉก มีลักษณะคล้ายใบมันสำปะหลัง ที่ขอบใบทุกใบจะมีรอย หยักๆอยู่เป็นระยะๆ ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ตามง่ามของกิ่งและก้าน ส่วนที่คนนำมาเสพได้แก่ส่วนของกิ่ง ก้าน ใบ และยอดช่อดอก กัญชา โดยนำมาตากหรืออบแห้ง แล้วบดหรือหั่นให้เป็นผง หยาบๆ จากนั้นจึงนำมายัดไส้บุหรี่สูบ ( แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไปที่ ไส้บุหรี่จะมีสีเขียว ต่างจากไส้ยาสูบที่มีสีน้ำตาล และขณะจุดสูบ จะมีกลิ่นเหมือนหญ้าแห้งไหม้ไฟ ) หรืออาจสูบด้วยกล้อง

ปัจจุบันรูปแบบของกัญชานอกจากจะพบในลักษณะ ของกัญชาสด กัญชาแห้งอัดเป็นแท่งเป็นก้อนแล้ว ยังอาจพบใน รูปแบบ “ น้ำมันกัญชา ”

( Hashish Oil ) ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ได้จากการนำกัญชามาผ่านกระบวนการ สกัดหลายๆ ครั้ง จึงได้เป็นน้ำมันกัญชาที่มีปริมาณสารออก ฤทธิ์ต่อจิตประสาทสูงถึง 20-60% หรืออาจพบในลักษณะของ “ยางกัญชา” (Hashish) เป็นยางแห้งที่ได้จากใบและยอดช่อดอก กัญชา ซึ่งโดยทั่วไปจะมีฤทธิ์แรงกว่ากัญชาสด และมีปริมาณ สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประมาณ  4-8%

พืชตระกูลกัญชา มี3 อย่าง

1. สายพันธุ์ SAIVA 2.สายพันธุ์ INDICA 3.สายพันธุ์ RUDERALIS

พืชตระกูล Cannabis หรือ กัญชา 3 สายพันธุ์ ใหญ่ ๆ ได้แก่ สายพันธุ์ Sativa สายพันธุ์ Indica

และ สายพันธุ์ Ruderalis แต่สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดได้แก่ Sativa และ Indica ส่วนสายพันธุ์ Ruderalis ไม่เป็นที่นิยม เพราะว่ามีค่า THC เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้อย แม้จะให้ผลผลิตเร็วที่สุดก็ตาม  

ข้อแตกต่างระหว่าง กัญชง ( Sativa) กับ (lhdica)

พืชตระกูล Cannabis ( กัญชา ) ถูกแบ่งเป็น3 สายพันธุ์(Sub Spicie) ใหญ่ได้แก่ Sativa,lhdica และ Ruderalis แต่สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดได้แก่ Sativa และ lndica ส่วน Ruderalis ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะว่า THC% นั้นมีน้อยมาก แม้ว่าจะให้ผลผลิตเร็วที่สุดก็ตามทฤษฏีการแบ่ง เพราะว่าสามารถแบ่งได้ในหลายรูปแบบ เช่น แบ่งตามหลักการใช้งานของพืช แบ่งตามหลักวิทยาศาสตร์

8ข้อแตกต่างที่ผู้เขียนนำมาเขียนเป็นการแบ่งในแบบพฤกษศาสตร์ ซึ่งจำแนกตามลักษณะทางกายภาพหลักๆ และ การออกฤทธุ์ของพืชเป็นหลัก

1. ลักษณะของต้น

Lndica ลำต้นไม่สูงมาก ในช่วงโตเต็มวัยอยู่ที่ 100-150 เซนติเมตร ช่วงห่างระหว่างกิ่งจะสั้น มีลักษณะเป็นพุ่ม

Sativa ลำต้นสูง ช่วงโตเต็มวัยอยู่ที่ 150-250 เซนติเมตรช่องห่างระหว่างกิ่งจะกว้าง ลักษระคล้ายๆต้นคริสต์มาส (ในSativaบางสายพันธุ์อาจสูงได้มากกว่านี้ และขึ้นอยู่กับวิธีการปลูกด้วย)

2. ลักษณะใบ

Lndica – ใบกว้างและใหญ่

Sativa – ใบแคบเรียว ไม่ใหญ่มาก

3. ลักษณะใบ

Lndica – ดอกหนาแน่น มีน้ำหนักมากกว่า

Sativa – ดอกยาว ไม้แน่น

4. Flowerin(ช่วงเวลาของการทำดอก)